นาขั้นบันไดบ้านยาเด๊ะ บ้านยาเด๊ะ ต.มาโมง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส

นราธิวาส
admin2
Hero Member
Hero Member
Posts: 4343
Joined: Wed Apr 16, 2014 8:00 pm
Thailand

นาขั้นบันไดบ้านยาเด๊ะ บ้านยาเด๊ะ ต.มาโมง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส

ข้อมูลby admin2 » Wed Nov 16, 2016 5:31 am

นาขั้นบันไดบ้านยาเด๊ะ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ภูเขาสลับซับซ้อนเรียงรายล้อมรอบหมู่บ้าน มี ดิน น้ำ ที่อุดมสมบูรณ์ อยู่ทางใต้สุดของประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการอันเนื่องพระราชดำริ นาขั้นบันได บ้านยาเด๊ะ ต.มาโมง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส

ร่องรอยจากการทำนาเมื่อปี่ที่แล้วยังคงมีให้เห็นถึงวันนี้ กำนันยาลี มูดอ เล่าถึงวันที่ได้รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครั้งเสด็จพระราชดำเนิน ณ พื้นที่แห่งนี้ เมื่อปีพุทธศักราช 2527

"เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พระองค์ท่านได้เสด็จไปยังบ้านไอย์กาเปาะก่อน แล้วจึงเสด็จมาที่บ้านยาเด๊ะ ประมาณ 14.30 น. เมื่อพระองค์ท่านมาถึงก็ได้เดินลงคลอง แล้วตรัสว่า ช่วยชี้แนะเรื่องคลองเส้นนี้ให้หน่อย พร้อมกับเปิดแผนที่แม่น้ำให้ดู ในหลวงทรงถามว่า แม่น้ำเส้นนี้ไหลตลอดทั้งปีหรือไม่ น้ำไม่เคยแห้งไหลตลอดทั้งปี สามารถสร้างเขื่อนได้บนเขา และในหลวงได้ทรงถามว่า พื้นที่จะทำนามีกี่ไร่ ผมตอบไปว่า พื้นที่ตรงนี้มีประมาณ 500-1,000 ไร่"

โครงการอันเนื่องพระราชดำริ นาขั้นบันได บ้านยาเด๊ะ นิคมสร้างตนเองสุคิริน มีการสร้างระบบชลประทาน สร้างคูส่งน้ำดาดคอนกรีต เชื่อมต่อจากฝายไอร์ยาเด๊ะบนเขาในชุมชน สำหรับใช้เพื่อการเกษตร และพื้นที่นาขั้นบันได ได้ดำเนินการเมื่อปี พ.ศ. 2529 กำนันยาลี มูดอ เล่าว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณจากรายอกีตอ ปีนั้นถือเป็นครั้งแรกที่ชาวบ้านบนเขาสามารถปลูกข้าวกินเองได้ ในนาขั้นบันไดบนแผ่นดินของตนเอง ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านดีขึ้น

"ในหลวงรับสั่งว่านายังไงก็ต้องทำ เพราะในวันข้างหน้าข้าวจะมีราคาแพง ในช่วงนั้นข้าวที่อำเภอสุคิรินราคากิโลกรัมละ 6 บาท แต่ 20 ปีข้างหน้าราคาข้าวจะขึ้นอยู่ที่ 20 บาทขึ้นไป "

"ในหลวงเสด็จมาในปี 2527 และ ปี 2529 ก็ได้เริ่มสร้างถนน ระบบไฟฟ้า และโครงการพระราชดำริ สร้างทีเดียว ชาวบ้านดีใจ ยินดีมาก ที่ในหลวงมอบสิ่งเหล่านี้ให้ นาขั้นบันไดก็เช่นกัน"

นอกจากการทำนาขั้นบันไดแล้ว ปัจจุบันมีการเปิดพื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตรอีกหลายชนิด เพื่อเป็นทางเลือกให้ชาวบ้านในพื้นที่

"เดียวนี้ให้ชาวบ้านปลูกผักหมดเลย เหลือพื้นที่ในการปลูกข้าวประมาณ 50 ไร่" กำนันยาลี มูดอ กล่าวเสริม

ทุกๆเช้าจะมีหลายครอบครัวมาเก็บผักของตัวเองในพื้นที่แห่งนี่ กะแวได้บอกว่า
"รอบนี้ลองเก็บเกี่ยวดูก่อนแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเก็บได้วันละ 50 กิโลกรัม"
"ทำนานแล้ว แรกๆก็ลองปลูกแตงโม ที่นี่น้ำไหลตลอด สะดวกต่อการเพาะปลูก น้ำมาจากโครงการพระราชดำริของในหลวง"

วันนี้กำนันยาลี มูดอ ได้สานต่อเจตนารมณ์ของตนเองให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อพัฒนาพื้นที่นาขั้นบันได ต่อยอดเป็นศูนย์เรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่สนใจ และสานต่อในโครงการอันเนื่องพระราชดำริ

"อนาคตข้างหน้าผมอยากส่งต่อให้กับเยาวชนรุ่นลูกหลานให้ทำนาต่อไป เพราะลำพังผมก็อายุมากแล้ว สุขภาพก็ไม่ค่อยดี แต่สัญญาว่าโครงการพระราชดำรินาขั้นบันไดต้องมีอยู่ต่อไป ถึงแม้ว่าผมจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วก็ตาม ลูกหลานต้องสานต่อไป"

ปัจจุบันมีกลุ่มเยาวชนในนาม เด็กนาบันไดบ้านยาเด๊ะ มาสานต่อเจตนารมณ์ อับดุลการีม สีแป ประธานกลุ่มได้กล่าวว่า

"ตอนนี้กลุ่มเยาวชนกำลังสร้างรีสอร์ต หรือกระท่อมเล็กๆ คนพักประมาณ 7-8 คน ต่อ 1 หลัง ตอนนี้ก็เริ่มสร้างแล้ว 3 หลัง ที่นี่สามารถเป็นศูนย์เรียนรู้ได้หลายอย่าง เช่น การเกษตร สิ่งมีชีวิตในน้ำ และระบบนิเวศต่างๆ ชาวบ้านดีใจที่มีโครงการของในหลวง เพราะชาวบ้านได้มีรายได้เข้ามาจุนเจือครอบครัว ไม่ว่าจะศาสนาพุทธหรือศาสนาอิสลามในหลวงท่านให้ความยุติธรรม เท่าเทียมกัน และประชาชนในพื้นที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อพระองค์ท่าน"

จากพื้นที่ราบสูงบนเขา อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ที่ไม่สามารถปลูกข้าวได้ แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหารายอกีตอ ทำให้พื้นที่แห่งนี้สามารถปลูกข้าวกินได้ตลอดทั้งปี สร้างรายได้ให้กับชุมชน สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชนในพื้นที่ วันนี้กำนันยาลี มูดอ ก็ยังคงทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน และพระมหากรุณาธิคุณต่อมหารายอกีตอ

"พวกเราชาวบ้านดีใจที่มีในหลวง ทุกๆวันศุกร์ที่มีการละหมาดใหญ่พวกเราจะขอดุอา ขอพรจากพระเจ้าให้ตอบแทนให้กับในหลวงของเรา"
กำนันยาลี มูดอ กล่าวเสริมด้วยความภาคภูมิใจที่ครั้งหนึ่งเกิดเป็นคนในราชการที่ 9

เรื่อง/ภาพ : เฌอบูโด 1/11/2559

Return to “นราธิวาส”